“แซมซั่น” แสนเมืองน้อย ลูกเจ้าพ่อมเหศักดิ์ คู่ชกวีระพล ยอดมวยย้อนยุค

Posted by อ้อย fifa on in ทีเด็ดมวยดัง

 

แซมซั่นหรือ “บักจ่อย” ในวัย 45 ปีร่างกายดูอวบอ้วนแต่ยังมีเค้าลางเดิม

ซึ่งปัจจุบันนี้แสนเมืองน้อย ลูกเจ้าพ่อมเหศักดิ์ ได้ขับแท็กซี่หารายได้เลี้ยงครอบครัวในขณะที่ภรรยารับราชการเป็นตำรวจโดยบักจ่อยได้กล่าวว่า

    “ที่กลับมาชกในครั้งนี้ก็เพราะน้องโบ๊ท โทร.หาครับบอกว่าพ่อเคยจัดพี่ชก ถ้าผมขอจัดพี่บ้างจะขัดข้องมั้ย? พร้อมบอกว่าวงการมวยตอนนี้เงียบมากเลยอยากให้พี่ช่วย ซึ่งผมก็บอกว่าแล้วแต่พี่วีระพลและน้องโบ๊ทล่ะกัน โดยน้องโบ๊ทบอกว่าครั้งนี้ผมให้พี่จ่อยและพี่วีระพลคนละ 3 แสนบาทน่ะ ซึ่งผมก็มาแจ้งบอกให้ครอบครัวได้รับทราบซึ่งลูกๆ ทั้ง 4 ของผมทั้งลูกสาวลูกชายนั้นไม่เคยเห็นผมชกจึงสนับสนุนเต็มที่ โดยช่วงที่ผมต่อยสากลพวกเขายังเล็กๆ อยู่เลยยังไม่รู้เรื่อง โดยคนโตตอนนี้ 18 ล่ะเข้าเรียนที่ม.ศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร ส่วนคนเล็กเรียนมัธยม”

    “ทุกวันนี้ก็ขับแท็กซี่หารายได้เสริมครับ ถ้าไม่ทำก็คงอดตายกันทั้งครอบครัว โดยทุกวันนี้ต้องยอมรับว่าเศรษฐกิจไม่ดีเลย โดยผมเลิกมวยก็มาเปิดร้านขายอาหารอีสานแถวบ้านผมสามเสน 28 จากนั้นก็ย้ายมาขายแถวมหานาค ตั้งแต่ 4 โมงเย็นไปจนถึงตี 2 ซึ่งช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ขายดีมากตกวันละ 2-3 หมื่นบาทแต่พอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ามาจัดระเบียบก็เลยต้องเลิกรากิจการ จากนั้นก็ซื้อแท็กซี่มาขับ สำหรับรายได้ต่อวันก็เฉลี่ยพันถึงพันห้าต่อวันซึ่งก็โอเคน่ะ”

 “หลังจากที่มีข่าวว่าผมจะกลับมาชกย้อนยุคยอมรับว่ากระแสดีมากเลย โดยเฉพาะในเฟซบอกว่าวันชกจะมาลุ้นเชียร์ที่เวที ที่มาขับแท็กซี่บางคนก็จำได้บ้างก็ทักทายกันไปตามประสา สำหรับการฟิตซ้อมเหรอครับทุกวันนี้ก็เริ่มวิ่งรอบสวนจิตรลดา วันละ 2 รอบ แต่ในวันที่ 15 พ.ย.นี้จะไปเก็บตัวที่ค่ายเพชรยินดีแล้วล่ะ สำหรับพี่วีระพลก็มีโทร.คุยกัน ซึ่งผมก็บอกพี่เขาต้องซ้อมให้หนักน่ะนี่ไม่ใช่การขู่ 55 สำหรับผมช่วงนี้ก็ขับรถหารายได้ก่อน ส่วนน้ำหนักปล่อยก็อยู่ในราว 69 กก.ครับลดมาชก 65 กก.ก็สบายๆ ครับไว้วันที่ 27 ธ.ค.เจอกันครับ”

 

 

ในส่วนประวัติโดยย่อของ แซมซั่น แสนเมืองน้อย เป็นนักชกในสังกัดศึกเพชรยินดี

มีดีกรีเป็นแชมป์รุ่น 118 ปอนด์เวทีลุมพินี และเป็นนักมวยยอดเยี่ยมของสมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาปี 34 สำหรับนักมวยดังที่ปะทะกันมาก็มี แสนไกล ศิษย์ครูอ๊อด (ชกกันมา 11 ครั้ง) หลังสวน พันธ์ยุทธภูมิ, ทวีศักดิ์เล็ก พลอยศักดา, หลักหิน วสันตสิทธิ์, เป๊ปซี่ ปิยะภัณท์, ชาติชายน้อย ชาวไร่อ้อย, ตะคร้อเล็ก เดชรัตน์, สิงห์ดำ อ.อุกฤษณ์, ดาราเอก ศิษย์รุ่งทรัพย์ ฯลฯ ค่าตัวรับสูงสุดตอนข้ามไปชกหลังสวนจำนวน 2.7 แสนบาท  เบนเข็มมาชกสากลตอนอายุ 25 ปี ได้ครองแชมป์โลกรุ่น 115 ปอนด์ WBF ด้วยการเอาชนะน็อก คอลลิน เนลสัน ยก 4 จากนั้นก็ป้องกันแชมป์อีก 38 ครั้งก่อนจะอำลาสังเวียนเมื่อปี 45 ด้วยการเอาชนะ อัลเฟรน บูลาล่า จากฟิลิปปินส์ ซึ่งสมัยชกมวยแซมซั่นถือว่ายอดมวยมหาชนที่แฟนมวยให้ความศรัทธามากเพราะชกสนุกคุ้มค่าตั๋ว!!

ขอบคุณข้อมูลจาก Siamsport

ยังไม่มีคอมเม้นนะครับ : Kopkap.in.th